ไมโครไพล์และประเภทเสาเข็ม

โรงงานผลิตเสาเข็มไมโครไพล์: สเป็คปัจจุบันและกระบวนการผลิต

รู้จักเสาเข็มไมโครไพล์ที่ผลิตเป็นเสากลมกลวง ท่อนละ 1.5 เมตร ขนาด 18, 20, 25 และ 30 ซม. พร้อมโครงเหล็กภายใน ช่วง Safe Load และภาพกระบวนการผลิตจากโรงงาน

กองเสาเข็มไมโครไพล์กลมกลวงบริเวณหน้าโรงงาน Thitinan
เสาเข็มไมโครไพล์ผลิตเป็นท่อนสั้นเพื่อขนส่งและนำไปเชื่อมต่อระหว่างติดตั้งที่หน้างาน

เสาเข็มไมโครไพล์ของ Thitinan ผลิตเป็นเสากลมที่มีรูกลวงตรงกลาง ความยาว 1.5 เมตรต่อท่อน เพื่อให้ขนย้ายเข้าสู่พื้นที่จำกัดและเชื่อมต่อความยาวระหว่างติดตั้งได้ ปัจจุบันมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 18, 20, 25 และ 30 ซม. สำหรับงานฐานราก งานต่อเติม และงานที่ต้องใช้เครื่องจักรขนาดกะทัดรัด

หน้านี้สรุปทั้งสเป็คหลักของแต่ละขนาด โครงเหล็กภายใน และภาพจากพื้นที่ผลิต เพื่อให้เห็นว่าเสาเข็มหนึ่งท่อนประกอบด้วยอะไรบ้างก่อนนำไปติดตั้งที่หน้างาน

สเป็คเสาเข็มไมโครไพล์ที่ผลิตปัจจุบัน

เสาเข็มทั้ง 4 ขนาดใช้โครงสร้างกลมกลวงและความยาวท่อนละ 1.5 เมตรเหมือนกัน แต่จำนวนเหล็ก Dowel ขนาด Spiral ความหนาเนื้อคอนกรีต และช่วง Safe Load แตกต่างกันตามขนาด

ขนาด Safe Load Dowel Spiral Flat Bar หัว-ท้าย ความหนาเนื้อคอนกรีต
18 ซม. 15–20 ตัน/ต้น 9 มม. × 4 เส้น 4 มม. หนา 4.5 มม. × กว้าง 2 นิ้ว 5–8 ซม.
20 ซม. 20–25 ตัน/ต้น 9 มม. × 6 เส้น 4 มม. หนา 4.5 มม. × กว้าง 2 นิ้ว 5–8 ซม.
25 ซม. 25–35 ตัน/ต้น 9 มม. × 8 เส้น 4 มม. หนา 4.5 มม. × กว้าง 2 นิ้ว 7–10 ซม.
30 ซม. 30–50 ตัน/ต้น 9 มม. × 10 เส้น 6 มม. หนา 4.5 มม. × กว้าง 2 นิ้ว 7–10 ซม.

ช่วง Safe Load ข้างต้นต้องพิจารณาร่วมกับสภาพดิน แบบฐานราก น้ำหนักที่เสาเข็มแต่ละต้นต้องรับ และเกณฑ์ของวิศวกร ไม่ควรเลือกขนาดจากตัวเลขสูงสุดของช่วงเพียงอย่างเดียว

กองท่อนเสาเข็มไมโครไพล์กลมกลวงบริเวณหน้าโรงงาน

โครงสร้างภายในของเสาเข็ม

โครงเหล็กประกอบด้วยเหล็ก Dowel ขนาด 9 มม. เป็นแกนหลัก และเหล็ก Spiral พันรอบโครง โดยรุ่น 18–25 ซม. ใช้ Spiral 4 มม. ส่วนรุ่น 30 ซม. ใช้ Spiral 6 มม. จำนวน Dowel เพิ่มจาก 4 เส้นในรุ่น 18 ซม. ไปจนถึง 10 เส้นในรุ่น 30 ซม.

บริเวณหัวและท้ายท่อนใช้ Flat Bar หนา 4.5 มม. กว้าง 2 นิ้ว เป็นปลอกรัดสำหรับรายละเอียดรอยต่อ การต่อความยาวที่หน้างานใช้การเชื่อมรอบรอยต่อของท่อนเสาเข็ม

วง Flat Bar พร้อมเหล็ก Dowel ที่เตรียมสำหรับประกอบโครงเสาเข็ม

โครงเหล็กเสาเข็มหลายชุดพร้อมปลอกรัด Flat Bar

อ่านรายละเอียดองค์ประกอบเพิ่มเติมได้ที่ โครงเหล็กเสาเข็มไมโครไพล์ และ เหล็กแบน Flat Bar

จากโครงเหล็กสู่ท่อนเสาเข็ม

ในพื้นที่ผลิตมีการจัดเตรียมโครงเหล็ก แบบสำหรับขึ้นรูป และท่อนเสาเข็มที่ผ่านขั้นตอนการผลิตแล้วเป็นชุด ๆ ก่อนนำไปพักและจัดเก็บ การควบคุมแต่ละช่วงช่วยให้สามารถตรวจรายละเอียดโครงเหล็ก รูปทรงท่อน และข้อมูลการผลิตก่อนขนส่ง

โครงเหล็กเสาเข็มตั้งเรียงในพื้นที่ผลิต

แถวโครงเหล็กเสาเข็มที่เตรียมไว้ในโรงงาน

พื้นที่ผลิตที่มีแบบเหล็กและท่อนเสาเข็มตั้งเรียงอยู่

แบบเหล็กและท่อนเสาเข็มที่จัดเรียงในพื้นที่ผลิต

การควบคุมคอนกรีตและข้อมูลการผลิต

เสาเข็มเป็นชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็ก จึงต้องควบคุมทั้งโครงเหล็ก เนื้อคอนกรีต รูปทรง และสภาพท่อนก่อนนำไปใช้งาน ค่ากำลังอัดคอนกรีตที่ใช้ตรวจรับควรอ้างอิงเอกสารการผลิตหรือผลทดสอบของล็อตที่ระบุหน่วยและเงื่อนไขการทดสอบครบถ้วน

บนท่อนเสาเข็มสามารถระบุข้อมูลการผลิตเพื่อช่วยแยกชุดและตรวจย้อนกลับก่อนส่งเข้าหน้างาน

ท่อนเสาเข็มที่มีตัวเลขวันที่ผลิตบนผิวคอนกรีต

การต่อท่อนและการตรวจงานหลังออกจากโรงงาน

เมื่อเสาเข็มถูกนำไปติดตั้ง ท่อนยาว 1.5 เมตรจะถูกเชื่อมต่อกันตามความลึกที่งานต้องการ การควบคุมคุณภาพจึงต่อเนื่องจากโรงงานไปถึงหน้างาน ทั้งแนวเสาเข็ม คุณภาพรอยเชื่อม และข้อมูลการตอก

การตรวจช่วงท้ายของการตอกอาจใช้ Last 10 Blow ตามเกณฑ์ของงาน และโครงการที่กำหนดการทดสอบกำลังรับน้ำหนักสามารถใช้วิธีอย่าง Dynamic Load Test ตามแผนของวิศวกร

กองท่อนเสาเข็มไมโครไพล์กลมกลวงที่จัดไว้บริเวณลานโรงงาน

ตัวอย่างการใช้ขนาด 25 และ 30 ซม. ในงานจริง

ขนาดเสาเข็มที่เลือกต้องสัมพันธ์กับแบบและเงื่อนไขหน้างาน ตัวอย่าง Case Study ที่มีข้อมูลขนาดชัดเจน ได้แก่ งานไมโครไพล์ 25 ซม. ต่อเติมโกดังริมทะเล บางปู และ งานไมโครไพล์ 30 ซม. รีโนเวทเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

ตัวอย่างเหล่านี้ช่วยให้เห็นบริบทการทำงานจริง แต่การกำหนดขนาด จำนวนต้น ความลึก และ Safe Load สำหรับโครงการใหม่ยังต้องอิงแบบฐานราก สภาพดิน และน้ำหนักโครงสร้างของงานนั้น

สรุป

การเลือกเสาเข็มไมโครไพล์ควรดูทั้ง ขนาดหน้าตัด โครงเหล็กภายใน ช่วง Safe Load รายละเอียดรอยต่อ และข้อจำกัดของหน้างาน ไม่ใช่ดูเพียงเส้นผ่านศูนย์กลางของเสาเข็ม เสาเข็มทั้ง 18, 20, 25 และ 30 ซม. มีรายละเอียดภายในต่างกัน จึงควรเลือกจากแบบและข้อมูลของโครงการก่อนเข้าสู่ขั้นตอนผลิตและติดตั้ง

FROM KNOWLEDGE TO WORKSITE

จากความรู้สู่บริการที่เกี่ยวข้อง

ใช้ข้อมูลในบทความเป็นจุดเริ่มต้น แล้วดูขอบเขตงานจริงที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ต่อได้จากหน้าบริการ