สถาบันและองค์กร
ตอกไมโครไพล์ฐานรากอาคาร องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย
Case Study งานฐานรากอาคารองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ในช่องพื้นที่ระหว่างอาคารที่พื้นเปียกและเป็นโคลน ใช้ไมโครไพล์ 250 มม. พร้อมตรวจงานด้วย Dynamic Load Test

โครงการนี้เป็นงาน ตอกไมโครไพล์สำหรับฐานรากอาคารขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย โดยจุดทำงานอยู่ในแนวพื้นที่ระหว่างอาคารกับรั้วเดิม มีปั้นจั่นหลายชุด กองท่อนเสาเข็ม และทางเดินของทีมงานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
ภาพหน้างานยังแสดงพื้นเปียก เป็นโคลน และมีน้ำขังหลายตำแหน่ง การวางแผนจึงต้องคำนึงทั้งการตั้งเครื่อง การเคลื่อนปั้นจั่น และจุดพักท่อนเสาเข็ม เพื่อให้แต่ละขั้นตอนยังเข้าถึงจุดฐานรากได้
จัดปั้นจั่นและท่อนเสาเข็มในทางเดินระหว่างอาคาร
พื้นที่ทำงานมีลักษณะเป็นแนวยาว โดยด้านหนึ่งเป็นตัวอาคารและอีกด้านเป็นรั้วพร้อมแนวกั้นก่อสร้าง ปั้นจั่นจึงถูกจัดเรียงตามแนวพื้นที่ ขณะที่ท่อนเสาเข็มถูกพักไว้ใกล้จุดใช้งานเพื่อลดระยะการเคลื่อนวัสดุภายในไซต์

ป้ายเตือนกำหนดขอบเขตพื้นที่เครื่องจักร ขณะที่ด้านหลังเห็นปั้นจั่นสองชุดอยู่ภายในแนวทำงานระหว่างอาคาร

ปั้นจั่นสองชุด ทีมงาน และกองท่อนเสาเข็มใช้แนวทางเดียวกัน จึงต้องจัดตำแหน่งให้เหลือพื้นที่สำหรับการเข้าถึงแต่ละจุดตอก

ท่อนเสาเข็มถูกวางเป็นชุดตามแนวทางเดินเพื่อเตรียมใช้งานใกล้จุดตอก โดยไม่กินพื้นที่ของปั้นจั่นทั้งหมด
สำหรับงานฐานรากในพื้นที่อาคารเดิม ควรสำรวจทางนำเครื่อง จุดวางปั้นจั่น พื้นที่พักเสาเข็ม และแนวโครงสร้างเดิมก่อนเริ่มงาน ดูหลักการเพิ่มเติมได้ที่ งานฐานราก และ บริการตอกเสาเข็มไมโครไพล์
พื้นเปียกและเป็นโคลนมีผลต่อการเคลื่อนเครื่อง
หลายภาพแสดงแอ่งน้ำและพื้นโคลนตลอดแนวที่ปั้นจั่นต้องเคลื่อนผ่าน สภาพพื้นลักษณะนี้มีผลต่อการเลือกตำแหน่งวางเครื่อง เส้นทางเคลื่อนย้าย และการจัดกองท่อนเสาเข็ม เพราะทุกส่วนต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกันโดยไม่ปิดทางทำงาน

แนวล้อและฐานเครื่องต้องผ่านพื้นที่ที่มีน้ำขังและดินอ่อนตัว จึงต้องพิจารณาสภาพพื้นก่อนเคลื่อนปั้นจั่นไปยังจุดถัดไป

พื้นที่พักท่อนเสาเข็มอยู่ติดกับทางทำงาน จึงต้องจัดกองให้ยังเหลือช่องสำหรับคนและเครื่องจักรเข้าถึงไซต์ได้
ไมโครไพล์ 250 มม. และการเชื่อมรอยต่อ
งานนี้ใช้ ไมโครไพล์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 250 มม. และใช้ท่อนเสาเข็มยาวประมาณ 1.5 เมตรต่อท่อน เมื่อตอกแต่ละช่วงลงแล้ว ทีมงานเชื่อมรอยต่อรอบเสาเข็มก่อนดำเนินงานกับท่อนถัดไป

เสาเข็มหมายเลข 13 อยู่ในแนวตอกใต้หัวปั้นจั่น โดยพื้นที่ด้านข้างมีทั้งผนังอาคารและอุปกรณ์หน้างาน

รอยเชื่อมรอบแนวต่อของเสาเข็มเป็นรายละเอียดที่ต้องทำให้ต่อเนื่องก่อนเดินงานกับท่อนถัดไป
ขนาดและจำนวนเสาเข็มของอาคารอื่นต้องกำหนดจากแบบฐานราก น้ำหนักโครงสร้าง สภาพดิน และเกณฑ์ที่วิศวกรกำหนด ไม่ควรเลือกจากขนาดที่เห็นใน Case Study เพียงอย่างเดียว
ตรวจเสาเข็มด้วย Dynamic Load Test
หลังงานติดตั้ง โครงการมีการตรวจเสาเข็มด้วยวิธี Dynamic Load Test โดยภาพบันทึกการทดสอบระบุ Pile No. 13, ขนาด Micro Pile D = 250 mm และ Design Safe Load = 35 ton/pile สำหรับจุดทดสอบนี้

การถ่ายบันทึกบอร์ดทดสอบร่วมกับตำแหน่งเสาเข็มช่วยระบุว่าข้อมูลการทดสอบสัมพันธ์กับเสาเข็มหมายเลขใดในโครงการ

บอร์ดของโครงการระบุงาน Dynamic Load Test ตำแหน่ง Canteen พร้อมขนาดเสาเข็มและ Design Safe Load ที่ใช้สำหรับการทดสอบเสาเข็มหมายเลข 13
การทดสอบเสาเข็มควรเลือกวิธีและเกณฑ์ประเมินตามข้อกำหนดของแบบและวิศวกรโครงการ เพราะวัตถุประสงค์ของการทดสอบและค่าที่ใช้พิจารณาอาจต่างกันในแต่ละงาน
สิ่งที่ Case Study นี้สะท้อน
งาน UNICEF แสดงให้เห็นว่า งานไมโครไพล์ในพื้นที่อาคารเดิมต้องจัดการทั้งพื้นที่เครื่องจักร สภาพพื้น การต่อท่อน และการตรวจสอบหลังติดตั้ง ไปพร้อมกัน จุดตอกไม่ได้แยกออกจากการขนวัสดุหรือทางทำงานของทีม จึงต้องวางลำดับหน้างานตั้งแต่ก่อนนำปั้นจั่นเข้าพื้นที่
สำหรับโครงการลักษณะใกล้เคียงกัน ควรเตรียมแบบฐานราก แนวทางเข้าเครื่องจักร พื้นที่พักท่อนเสาเข็ม สภาพพื้นจริง และข้อกำหนดการทดสอบเสาเข็มให้ชัดก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ทั้งขั้นตอนติดตั้งและการตรวจรับสอดคล้องกับงานโครงสร้างตั้งแต่ต้น



